บ้านขมุเลียบแม่น้ำโขง อำเภอเวียงแก่น

Responsive Portfolio Powered By Weblizar

facebooktwittergoogle_plusredditpinterestlinkedinmail

เยี่ยมชมไร่กาแฟปางขอน

เก็บบรรยากาศการพาคณะ ไปเที่ยวชมไร่กาแฟปางขอนและดูขั้นตอนการผลิตการแฟ พร้อมทั้งรับประมานอาหารพื้นบ้าน

Responsive Portfolio Powered By Weblizar

facebooktwittergoogle_plusredditpinterestlinkedinmail

วันเป็งปุ๊ด (เพ็ญพุธ)

หลังจากหลายหลายวันหลังจากหลังปีใหม่ เลยพอมีเวลาว่างๆ มาเขียนเรื่องใหม่ๆ ให้ผู้ที่จะเที่ยวเชียงรายให้ได้รับรู้ถึงเทศกาลที่มีเฉพาะทางเหนือของประเทศ และทางเชียงรายได้จัดเป็นงานบุญสำคัญของชาวเชียงรายคือ

วันเป็งปุ๊ด (เพ็ญพุธ)

“วันเป็งปุ๊ด (เพ็ญพุธ)” หรือประเพณีตักบาตรเที่ยงคืน เป็นประเพณีของทางภาคเหนือ ในทุกปีที่มีวันขึ้น 15 ค่ำ ที่ตรงกับวันพุธโดยไม่เจาะจงว่าต้องอยู่ในเดือนใด พระภิกษุสามเณรทุกรูปจะออกบิณฑบาตในตอนเที่ยงคืน โดยมีความแตกต่างของการนับเวลาคือ ที่ จังหวัดเชียงใหม่ จะตักบาตรคืนวันอังคารหลังเวลา 00.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เข้าสู่วันพุธ ในขณะที่จังหวัดเชียงราย ลำปาง และแม่ฮ่องสอน จะใส่ตักบาตรในคืนวันพุธเวลา 24.00 น. เป็นต้นไป บรรดาพุทธศาสนิกชนชาวเหนือจะเตรียมข้าวสารอาหารแห้งไว้คอยใส่บาตรตั้งแต่ หลังเที่ยงคืน โดยจะไปคอยใส่บาตรที่หน้าบ้าน ตามถนนสายต่างๆ หรือตามแยกใกล้ชุมชน เป็นต้น

ประเพณีตักบาตรเที่ยงคืน เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐานที่แน่ชัด แต่เข้าใจว่าทางภาคเหนือคงรับเอามาจากประเทศพม่า มีความเชื่อว่า พระอุปคุตซึ่ง เป็นภิกษุที่พระพุทธเจ้าทรงเป็นองค์อุปัชฌาย์ เมื่อสำเร็จเป็นพระอรหันต์แล้ว ได้เสด็จลงไปจำศีลภาวนาอยู่ ณ สะดือทะเล ในรอบ ๑ ปี จะขึ้นมาโปรดชาวเมืองก่อนเวลารุ่งอรุณชาวพม่ามักตื่นแต่ดึก เพื่อเตรียมอาหารไว้ใส่บาตรพระอุปคุตโดยมีคติความเชื่อว่า หากผู้ใดได้ทำบุญตักบาตรพระอุปคุตแล้วจะได้บุญใหญ่หลวง เกิดโชคลาภและความเป็นสิริมงคลในชีวิต คติความเชื่อนี้จึงทำให้พุทธศาสนิกชนถือปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่ครั้ง บรรพบุรุษ ในประเทศไทยการ ใส่บาตรเที่ยงคืนนี้ชาวเหนือเชื่อกันว่าพระอุปคุตจะแปลงกายเป็นสามเณรออกมา โปรดสัตว์ถ้าผู้ใดได้ใส่บาตรกับพระอุปคุตแล้วบุคคลนั้น จะประสบแต่ความสุขร่ำรวยด้วยทรัพย์สินเงินทองได้อานิสงส์แรง ดังนั้นเมื่อถึงวันเพ็ญตรงกับวันพุธชาวเหนือทุกคนจะไปคอยใส่บาตรเป็นพิเศษ

วันเป็งปุ๊ด
วันเป็งปุ๊ด
วันเป็งปุ๊ด
วันเป็งปุ๊ด
วันเป็งปุ๊ด
วันเป็งปุ๊ด
วันเป็งปุ๊ด
วันเป็งปุ๊ด

 

ขอบคุณแหล่งที่มา : http://th.wikipedia.org

facebooktwittergoogle_plusredditpinterestlinkedinmail

ถนนคนเดิน ณ เชียงราย

ถนนคนเดินในจังหวัดเชียงรายมีอยู่สองที่  โดยทั้งสองที่จะมีการนำเสนอไม่เหมือนกันแนะนำให้ลองไปเดินกันดูนะ

ถนนคนเดิน :  มี ทุกวันเสาร์  จัดโดยเทศบาลเชียวราย โดยจะมีสิงค้าและของฝากมากมายให้เลือกกัน  โดยสถานที่นั้นจะจัดที่ถนนสายกลางของของจังหวัด เดินทางสะดวกสบาย  ในถนนคนเดินจะแบ่งออกเป็นโซนเช่น ของใช้มือสอง , ของกินของใช้ , OTOP ,  ส่วนที่เป็นพื่นที่กรรม (สวนตุง) , ของใช้ตามสมัย เป็นต้น แต่อาจจะลำบากหน่อยตรงที่จอดละรถครับ และจากถนนคนเดินสามารถเดินไปชมหอนาฬิกาที่อยู่ใกล้ กันได้

ถนนคนเดิน ถนนคนเดิน ถนนคนเดิน

ถนนคนม่วน : คือถนนคนเดินที่เปิดใน วันอาทิตย์ ตั้งอยู่ในตัวเมืองนครเชียงราย โดยปิดถนนสันโค้งน้อยในช่วงเย็นให้กลายเป็นถนนคนเดิน มีความยาวตั้งแต่ถนนหน้าโรงเรียนอนุบาลบัณฑิต เชียงราย จนถึงสี่แยกโรงเรียนเทศบาล 5(เด่นห้า) โดยของที่ขายจะแน่ไปทางของพื้นเมือง และอาหารพื้นเมือง ลองไปเดินชมกันได้ว่าคนพื้นถินเขาใช้ชีวิตกันอย่างไร กินอะไรนะครับ

ถนนคนม่วนถนนคนม่วน  ถนนคนม่วน

 

 

facebooktwittergoogle_plusredditpinterestlinkedinmail

บ่อน้ำร้อนห้วยหมากเลี่ยม

บ่อน้ำร้อนห้วยหมากเลี่ยม ตั้งอยู่มนพื้นที่อุทยานแห่งชาติลำน้ำกก อยู่ในท้องที่อำเภอแม่จัน อำเภอเมือง เภอแม่สรวย และอำเภอมาลาวจังหวัดเชียงราย โดยได้รวมพื้นที่วนอุทยาน 3 แห่ง ได้แก่ วนอุทยานน้ำตกขุนกรณ์ วนอุทยานน้ำตกห้วยแก้ว-บ่อน้ำร้อนห้วยหมากเลี่ยม และวนอุทยานน้ำตกโป่งพระบาท

เป็นบ่อน้ำร้อนริมแม่น้ำกก ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของที่ทำการ อช. ลำน้ำกก เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวล่องเรือตามลำน้ำกกมานาน มีทิวทัศน์สวยงามร่มรื่น ในหน้าแล้งจะมีโปรแกรมขี่ช้างเที่ยว โดยช้างจะพาข้ามลำน้ำกกไปยังบ่อน้ำร้อน บริการให้แช่น้ำแร่ บ่อน้ำร้อนห้วยหมากเลี่ยมเป็นบ่อน้ำร้อนขนาด เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5 ม. มีน้ำร้อนผุดขึ้นมาช้าๆจากนั้น จะไหลเป็นห้วยเล็กๆไปยังบ่อซีเมนต์ที่ทำไว้สำหรับให้ลงแช่โดยเฉพาะ บ่อน้ำร้อนมีอุณหภูมิ 67 องศาเซลเซส มีแร่ธาตุฟลูออไรด์ ไนเตรด ซัลเฟต ไอโอดีน ในระดับที่ไม่เป็นอันตราย มีห้องอาบน้ำส่วนตัว 30 ห้อง และมีสระน้ำอุ่นแบบแช่รวม มีบ้านพักติดน้ำกกจำนวนสามหลัง ลานกางเต็นท์พักแรม ห้องน้ำ และมีร้านอาหาร เครื่องดื่ม ไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว และระหว่างทางก็สามารถแวะเที่ยว วนอุทยานน้ำตกห้วยแก้ว  ได้

บ่อน้ำร้อนห้วยหมากเลี่ยม
บ่อน้ำร้อนห้วยหมากเลี่ยม

773untitled

200910191533251

แผนที่ :

แหล่งที่มา : http://www.muangthai.com

facebooktwittergoogle_plusredditpinterestlinkedinmail

ความรู้เรื่องกาแฟ ตอนที่ 2

การจะลิ้มรสชาติกาแฟนั้น ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวของแต่ละบุคคลว่าชอบแบบไหน  จึงทำให้มีการผสมสูตรกาแฟต่างๆ

ออกมามากมาย  จนบางคนจะซื้อกาแฟสักแก้วไม่รู้จะสั่งแบบไหนเลยที่เดียว  กลังว่าจะสั่งออกมาแล้วไม่ตรงกับที่เราชอบ

เราเลยมาเรียนรู้ว่าสูตรกาแฟหลักๆมีอะไรบ้างนะ

กาแฟ , coffee
กาแฟ

 

สูตรกาแฟโดยทั่วไป

Espresso / เอสเพรสโซ่ : กาแฟอย่างเดียวไม่ผสมอะไรเลย ควรดื่นภายใน 16 -20 วินาทีหลังจากออกจากเครื่องชงเพื่อได้รับรสชาติที่ดีที่สุด

Latte / ลาเต้ :  กาแฟผสมกับนม

Americano / อเมริกาโน่ : กาแฟเอสเพรสโช่ผสมกับน้ำร้อน

Mocha / มอคค่า : กาแฟ + นม + โกโก้

Cappuccion / คาปูชิโน่ :  การผสมก็เหมือนกันลาเต้  แต่มีการแต่งหน้าด้วยการวาดรูปบนฟองนมบนแก้ว

ส่วนถ้ามีส่วนผสมอื่นๆ เพิ่มเติมก็จะมีชื่อต่อท้ายเข้าไป ตอนนี้ก็รู้จักกาแฟกันแล้วนะ จะได้สั่งกาแฟได้อย่างไม่อายใครเราแล้ว

ขอให้สนุกกับการดื่นกาแฟนะทุกท่าน

 

 

facebooktwittergoogle_plusredditpinterestlinkedinmail

ความรู้เรื่องกาแฟ ตอนที่ 1

กาแฟ

 

กาแฟสายพันธ์ุหลักที่ปลูกในเมืองไทยนั้น มีอยู่ 2 สาบพันธ์ุ คือ : 

กาแฟพันธุ์อราบิก้า (Arabica) ปลูกที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 3,000 ฟุต ให้ผลผลิตสม่ำเสมอ รสหอมกลมกล่อม ในเมล็ดกาแฟพันธุ์อราบิก้ามีปริมาณคาเฟอีนน้อยกว่าพันธุ์โรบัสต้า ประมาณ 1 เท่า ผลผลิตของกาแฟทั่วโลกเป็นกาแฟพันธุ์อราบิก้า 75%

กาแฟพันธุ์โรบัสต้า (Robusta) ปลูกในพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลไม่มากนัก ส่วนใหญ่ปลูกในประเทศแถบร้อนชื้น มีรสชาติเข้มข้น หอมฉุนกว่ากาแฟพันธุ์อราบิก้า มีสัดส่วนของผลผลิตกาแฟทั่วโลก 25%

โดย อราบิก้า จะปลูกมาที่ทางตอนเหนือของประเทศไทย (ดอยช้า , วาวี , บางขอน)  และ โรบัสต้า จะนิยมปลูกได้ผลดีทางตอนใต้ของประเทศไทย

ความรู้ทั่วไปของกาแฟ : เป็นไม้พุ่มยืนต้น ขนาดปานกลางสูง ประมาณ 3-4 เมตร ใบสีเขียวแตกออกจากข้อเป็นคู่ๆ ดอกออกตามข้อของกิ่งมีสีขาวบริสุทธิ์ กลิ่นหอมต้นกาแฟใน ประเทศไทยเริ่มออกดอกในเดือนตุลาคม – กุมภาพันธ์ ระยะเวลาตั้งแต่การออกดอกถึงการเก็บเกี่ยวใช้เวลาประมาณ 8-12 เดือน หลังจากปลูกกาแฟได้ 2-3 ปี กาแฟจะเริ่มออกดอกและติดผล ผลของกาแฟเรียกว่า Coffee Cherry มีลักษณะค่อนข้างกลม ขณะที่ผลยังอ่อนมีสีเขียว และเมื่อผลแก่จัดจะมีสีแดง ในแต่ละข้อของกิ่งกาแฟติดผลประมาณ 10-60 ผล แต่ละผลมีเมล็ดกาแฟอยู่ 2 เมล็ดโดยส่วนแบนของเมล็ดประกบติดกัน เมื่อเก็บผลเชอรี่แล้วจึงเข้า สู่ขั้นตอนการลอกเปลือก เพื่อให้ได้เมล็ดกาแฟ ซึ่งมี 2 กรรมวิธี คือ

  1. กรรมวิธีตากแห้ง (Dry Method) เป็นการนำผลเชอรี่มาตากแห้ง ใช้เวลาประมาณ 15 วัน จากนั้นจึงทำการกระเทาะเปลือกออกอีกครั้งหนึ่ง
  2. กรรมวิธีแช่น้ำ (Wet Method) คือ การนำผลเชอรี่แช่ในน้ำ เสร็จแล้วนำเข้าเครื่องกระเทาะเปลือก จากนั้นนำมาตากแห้ง หรือเข้าเครื่องอบ วิธีนี้ใช้เวลาน้อยกว่าวิธีตากแห้ง (Dry Method)

การคั่วกาแฟ

การคั่วกาแฟเป็น วิธีและขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการดึงคุณสมบัติต่างของกาแฟ ออกมาไม่ว่าจะเป็นความหอม ความกลมกล่อมของรสชาติเข้ม กลมกล่อม ต่างๆ ออกมา ปกติการคั่วกาแฟจะใช้ความร้อนที่ 180 – 240 องศาเซลเซียส ใช้ระยะเวลาประมาณ 10 -20 นาที อุณหภูมิและระยะเวลาที่ใช้จะมีผลต่อความหอมและรสชาติกาแฟ เป็นอย่างยิ่ง ระดับความเข้มอ่อนของการคั่ว สามารถแบ่งออกเป็นระดับได้มากกว่า 12 ระดับ และกลิ่นหอม แต่จะขออธิบายง่ายๆเป็น 3 กลุ่มเพื่อความเข้าใจในเบื้องต้น

กาแฟคั่วระดับอ่อน (light roast) สีน้ำตาลอ่อน บางกลุ่มประเทศจะเรียกว่า ซิน่าม่อน เพราะมีสีเหลืองน้ำตาลแบบเปลือกต้นอบเชย การคั่วกาแฟแบนี้นั้น จะได้รสชาติควมเป็นกาแฟที่ดี อาจมีรสชาติความเปรี้ยวของกรดผลไม้ ที่มีอยู่ในกาแฟด้วย

กาแฟคั่วระดับปานกลาง (medium roast) จะมีระดับสีความเข้มเพิ่มมากขึ้น ปกติคนอเมริกันจะชอบทานกาแฟระดับนี้โดยชงแบบหม้อต้ม และดื่มกันเป็นแบบแก้วใหญ่ ที่เรียกว่า บักส์ซึ่งในความคิดผมกาแฟระดับนี้ จะชงกาแฟร้อนได้อร่อยหอมกรุ่นมาก

การคั่วระดับเข้ม (dark roast) เมล็ดกาแฟที่คั่วระดับนี้จะมีสีเข้มมาก เมล็ดจะมันวาวเหมือนมีน้ำมันมาเคลือบจนบางคนเข้าใจว่าต้องใส่น้ำมันหรือเนย ด้วยขัยว การคั่วแบบนี้จะให้รสเข้มข้น ซึ่งป็นรสชาติที่ชาวอิตาเลี่ยนดื่มกัน และนำกาแฟชนิดนี้ ไปใช้ชงด้วยเครืองชงแบบมีแรงดันได้กาแฟเข้มข้นที่เรียกว่า เอสเพรสโซ่

โดยการคั่วกาแฟแต่ละแบบจะมีรสชาติที่ไม่เหมือนกัน โดยแต่ละร้านจะมีสูตรในการผสมการคั่วกาแฟแต่ละแบบเพื่อให้ได้รับรสสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ของร้านนั้นๆ

แหล่งที่มา : http://www.vppcoffee.com

facebooktwittergoogle_plusredditpinterestlinkedinmail

ไร่บุญรอด ที่เที่ยวแห่งใหม่ของเชียงราย

ไร่บุญรอด , ไร่บุญรอดเชียงราย
ไร่บุญรอด

“ไร่บุญรอด”  ที่เที่ยวแห่งนี้เปิดให้บริการได้ไม่นานนี้  โดยเริ่มจากการพัฒนาไร่และพื้นที่ว่างในผลิตพืชต่างๆ ของทางไร่มา

ทำเป็นที่ท่องเที่ยว มีทั้ง ไร่ชา , สวนดอกไม้ , ร้านอาหาร และสวนสัตว์ ให้ผู้มาได้เลือกใก้บริการโดยการนั่งรถราง  ดังนี้

จุดท่องเที่ยวในไร่บุญรอด (สิงห์ปาร์ค)

จุดที่ 1 เนินสิงห์ ลานดอกไม้ ทุ่งหญ้าหลากสี ร้านค้า ร้านชา กาแฟ ประชาสัมพันธ์ ที่จอดรถ

จุดที่ 2 ทะเลสาบและหงส์ สวนพุทธา ทุ่งดอกไม้ป่า

จุดที่ 3 ไร่ชาอู่หลง เนินดอกไม้ และผลไม้นานาชนิด

จุดที่ 4 ทุ่งหญ้าและวิถีชีวิตสัตว์

จุดที่ 5 ศูนย์จักรยาน พื้นที่จัดงาน Farm Festival

จุดที่ 6 จุดชมวิว 360 องศา พาโนรามาวิวพ้อยท์ ชมวิวทิวทัศน์เทือกเขารอบทิศ

จุดที่ 7 โรงเรือนระบบควบคุมอุณหภูมิแปลงปลูกพืชผักเมืองหนาว

โดยกำหนดเป็นรอบๆ และตอนนี้ยังเปิดให้ปั่นจักรยานเพื่อออกกำลังได้อีกด้วย   ใครมาเชียงรายก็มาแวะเที่ยวกันนะ

 

ไร่บุญรอด , ไร่บุญรอดเชียงราย
ไร่บุญรอด

1370593168-ae0362-o

facebooktwittergoogle_plusredditpinterestlinkedinmail

ดอยตุง ที่เที่ยวที่แอบซ่อนอยู่

ดอยตุง
ดอยตุง

 

ที่เที่ยวที่ทุกคนที่มาเที่ยวเชียงรายจะต้องไป คือ “ดอยตุง”  แต่ที่ดอยตุงมีที่เที่ยวมากมายกว่าที่ทุกคนรู้นะครับ ทางทีมงานคุ้มสีดาเลยต้องนำเสนอหน่อยว่ามีอะไรบ้างที่ต้องไป ณ ที่ดอยตุง

ประวัติ

พระตำหนักดอยตุงเริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2530 เมื่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มี พระชนมายุ 88 พรรษาโดยก่อนหน้านั้นมีพระราชกระแสว่า หลังพระชนมายุ 90 พรรษาจะไม่เสด็จไปประทับที่ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สำนักงานราชเลขานุการในพระองค์จึงได้เลือกดอยตุง ซึ่งมีทิวทัศน์สวยงาม ขณะเดียว กันสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เมื่อทรงทอดพระเนตรพื้นที่ เมื่อต้นปี พ.ศ. 2530 ก็ทรงพอพระราชหฤทัย และมีพระราชดำริจะสร้างบ้านที่ดอยตุงพร้อมกันนี้ยังมีพระราชกระแสรับสั่งว่าจะ ปลูกป่าบนดอยสูงจึงกำเนิดเป็นโครงการพัฒนาดอยตุงขึ้นโครงการพัฒนาดอยตุงเริ่มดำเนินการโดยความร่วมมือจากหน่วยราชการทุกส่วน เช่นกรมป่าไม้ กรมชลประทาน หน่วยงานด้านปกครองนอกจากทำการปลูกป่าฟื้นฟูสภาพพื้นที่แล้วยังมีการฝึกอาชีพ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวเขาบนดอยตุง ซึ่งประกอบด้วยชาวเขาเผ่าอาข่าลาหู่ไทยใหญ่ และจีนฮ่อ ขณะเดียว กันยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีของตนไว้

ที่เที่ยวในดอยตุงที่ทุกคนต้องไป

  1. หอแห่งแรงบันดาลใจ :  จะเล่าถึงประวัติต่างๆ ของดอยตุงว่าเริ่มขึ้นจากอะไร
  2. สวนแม่ฟ้าหลวง : สวนที่สมเด็จย่าทรงตั้งใจสร้างขึ้นให้คนไทยทุกคน
  3. อาคารพระตำหนักดอยตุง :  ที่ประทับของสมเด็จย่า
  4. พระธาตุดอยตุง พระธาตุศักดิ์สิทธิ์ประจำปีกุน : พระธาตุประจำปีกุนที่คนที่เกิดปีกุนต้องมาสักครั้งหนึ่งในชีวิต
  5. สวนรุกขชาติดอยช้างมูบ หรือ สวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวง

ขอบคุณแหล่งที่มา : http://th.wikipedia.org

facebooktwittergoogle_plusredditpinterestlinkedinmail

เดินทางบุญไหว้พระธาตุทั้งเก้า – ตอนที่ 3

พระธาตุจอมกิตติ
พระธาตุจอมกิตติ

พระธาตุจอมกิตติ
ที่ตั้ง วัดพระธาตุจอมกิตติ ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โทร. o- ๕๓๖๕- o๕๓๔ มีพระครูวิกรมสมาธิคุณเป็นเจ้าอาวาส

ประวัติพระธาตุ ตามตำนานกล่าวว่า กษัตริย์แห่งราชวงค์โยนกองค์ที่ ๒๔ คือ พระเจ้าพังคราช พร้อมด้วยโอรส คือ พระเจ้าพรมมหาราช ได้รับพระบรมสารีริกธาตุจากพระเถระเจ้าชาวโกศล เมืองสุธรรมาวดี นามว่า พระพุทธโฆษาจารย์ รวม ๑๖ องค์ พระเจ้าพังคราชจึงทรงโปรดแบ่งพระบรมสารีริกธาตุออกเป็นขนาดใหญ่ ๑ องค์ ขนาดกลาง ๒ องค์ ขนาดเล็กอีก ๒ องค์ ประธานแก่พระยาเรือนแก้ว เจ้าเมืองไชยนาราย์ ซึ่งพระยาเรือนแก้วได้สร้างเจดีย์ประดิษฐานไว้ ณ. ดอยจอมทองที่เหลืออีก ๑๑ องค์ ทรงโปรดให้นำพระโกศแก้ว พระโกศเงิน มารองรับพระบรมธาตุ พระราชทานให้พระเจ้าพรหมมหาราชนำไปประดิษฐานไว้ที่ดอยน้อย หรือดอยจอมกิตติที่พระเจ้าสิงหนวัตนิ ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงค์โยนกได้เคยบรรจุพระบรมสารีริธาตุ ทั้ง

๑๑ไว้ด้วยกัน ในปี ๑๔๘๓ ในระยะต่อมาเจดีย์พระธาตุทรุดโทรมมากเจ้าฟ้าเฉลิมเมือง เจ้าเมืองเชียงแสน ได้ร่วมกับศรัทธาชาวเมืองบูรณะปฏิสังขรณ์ขึ้นอีกครั้งในปี ๒๒๓๗
การเดินทาง จากอำเภอเมืองใช้ทางหลวงหมายเลข ๑o๒o ผ่านอำเภอพญาเม็งรายใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๑๗๔ ผ่านปากทางเข้าน้ำตกตากควัน บ้ายไชยพัฒนา เข้าเขตอำเภอเวียงเชียงรุ้ง ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑o๙๘ ผ่านบ้านเนินสมบูรณ์ ปากทางแยกเข้าอำเภอเวียงชัย ปากทาง เข้ากิ่งอำเภอดอยหลวง ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๒๗๑ มุ่งตรงสู่อำเภอเชียงแสน ผ่านวัดพระธาตุผาเงา เข้าถนน บายพาส เข้าถนนเชียงราย – เชียงแสนไปอีก ๒ กิโลเมตร ถึงทางเข้าพระธาตุจอมกิตติ ฝั่งซ้ายมือรวมระยะทางทั้งสิ้น ๑๑๗ กิโลเมตร

ความเชื่อ ในการไหว้ พระธาตุดอยจอมกิตติเชื่อกันว่า ถ้าได้กราบไหว้และตั้งจิตอธิฐานท่านจะอุดมไปด้วยยศถาบรรดาศักดิ์ ลาภยศผู้คนสรรเสริญ เจ้าคนนายคน

คำบูชาพระธาตุจอมกิตติ
อะหัง วันทามิ ปะระมะสารีริกกะธาตุโย
กะกุสันธัสสะ จะโกนาคะ นะมัสสะจะ
กัสสะธัสสะ จะสะมะนะโกตะมัสสะ เจวะ
นิพานนะ ปัจจะโย โหตุ

 

พระธาตุจอมจ้อ
พระธาตุจอมจ้อ

พระธาตุจอมจ้อ

ที่ตั้ง
วัดพระธาตุจอมจ้อ ตำบลเวียง อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย โทร. o- ๕๓๖๖- ๖๔๔๙ มีพระมหาชูศักดิ์เป็นเจ้าอาวาส
ประวัติพระธาตุ พระธาตุจอมจ้อเป็นพระธาตุศักดิ์สิทธิที่อยู่คู่เมืองเทิงมาตั้งแต่สมัยโบราณ กาล ประวัติพระธาตุจอมจ้อจากคัมภีร์เก่าแก่ที่ตั้งโดยนักปราชญ์ผู้ชำนาญในด้าน ภาษาบาลีของอำเภอเมืองเทิง (เมืองเถิง) ในสมัยนั้นได้กล่าวว่า ในกาลสมัยเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จมาสุวรรณภูมิ พระองค์ได้พักอยู่ใต้ต้นอโศกบนดอยใกล้แม่น้ำอิง มีพญานาคตนหนึ่ง รู้ว่าพระพุทธองค์เสด็จมาจึงเข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ทูลถามความต่างๆแล้วจึงนำจ้อคำ ๓ ผืนแล้วจ้อแก้วอีก ๓ ผืน มาถวายพระพุทธองค์ พระอานนท์จึงขอทูลพระธาตุให้พระยานาคตนนั้น พระพุทธองค์จึงนำพระหัตถ์ลูบพระเศียรได้พระเกศาธาตุเส้นหนึ่ง จึงโปรดให้พญานาคไว้พญานาคจึงนำความแจ้งให้เจ้าเมืองสร้างพระธาตุไว้ที่กลาง ดอยเพื่อบรรจุพระเกศาธาตุ ต่อมาจึงมีการขนานนามพระธาตุนั้นว่า พระธาตุจอมจ้อ ทุกปีจะมีพิธีสรงน้ำพระธาตุจอมจ้อ ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ เหนือ

การเดินทาง ออกจากอำเภอพานใช้ทางหลวงหมายเลข ๑ ไปทางใต้แยกพาน – ป่าแดด เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข ๑๑๘๑ ผ่านสันมะเค็ด ป่าแงะ ถ้าผาจรุย จนถึงสามแยกเชียงเคี่ยน เลี้ยวขวาเข้าถนนศรีเชียงราย – เทิง ผ่านยศรีดอนชัย ปล้อง เข้าสู่อำเภอเมืองผ่านสถานีตำรวจภูธรอำเภอเทิง โรงพยาบาลเทิง และวัดพระศรีมหาโพธิ์ ข้ามสะพานแม่น้ำอิงอีก ๒๕o เมตร จะถึงปากทางเข้าพระธาตุจอมจ้อ ต้องขับรถขึ้นดอยอีกประมาณ ๑,๕oo เมตร รวมราการเดินทางทั้งสิ้น ๖๕ กิโลเมตร

ความเชื่อ ในการไหว้ พระธาตุดอยจอมจ้อ คำว่า “จ้อ” เป็นคำล้านนา หมายความเทียบได้กับ “ช่อ” ในภาษาไทยกลาง
“จอมจ้อ” จึงควรหมายความถึง ชูขึ้น หรือสูงเด่น เป็นสง่า สูงส่ง ถ้าได้กราบไหว้ก็จะประสบความสำเร็จทุกสิ่งเหมือนกับการเริ่มเจรจาก็นำมาซึ่ง ความสำเร็จและสมประสงค์ทุกประการ

คำบูชาพระธาตุจอมจ้อ

นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ)
อะหัง วันทามิ ธาตุโย เกสาธาตุ มานะธาตุ
อิมัสสะหมิง ปติฏฏัง อุตะระ ปัพพัตตัง อะหัง วันทามิสิระสา (กล่าว 3 จบ)

 

พระธาตุจอมแว่
พระธาตุจอมแว่

พระธาตุจอมแว่
ที่ตั้ง วัดพระธาตุจอมแว่ ตำบลเมืองพาน อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย โทร. o -๕๓๗๒- ๑๘๒๑ มีพระครูพิมล พิพัมนคุณเป็นเจ้าอาวาส

ประวัติพระธาตุ ตามตำนานได้กล่าวไว้ว่า พระธาตุจอมแว่ได้สร้างขึ้นโดยพญางำเมือง เจ้าเมืองภูกามยาว (พะเยา) ในราว จ.ศ. ๖๕๖ (พ.ศ. ๑๘๓๗) โดยที่พระองค์ได้เสด็จขึ้นดอยซางคำ (ชื่อเดิมของดอยจอมแว่) เพื่อตรวจดูอาณาเขตบ้านเมืองของพระองค์ว่ามีไพร่ฟ้าประชาราษฎร์ว่าอยู่ตรง ไหนบ้าง จากนั้นจึงเสด็จไปยังดอยอีกลูกหนึ่งซึ่งอยู่ตอนเหนือของลำน้ำแม่คาวด้วน และเสด็จเลียบต้นดอยด้วน (ดอยงาม) แล้วเสด็จไปยังเมืองภูกามยาว เมื่อพระองค์เสด็จถึงเมืองภูกามยาวใน เดือน ๔ ปีเดียวกัน จึงโปรดให้ขันฑเสนามาตย์ นำผู้ที่มีความรู้ในการก่อสร้างเจดีย์ พร้อมกับไพร่ฟ้าปลายแดน มาลงแรงช่วยกันสร้างพระธาตุจอมแว่ขึ้นที่ดอยซางคำ โดยได้ก่อทับรอยฟานเอาไว้ บรรจุพระเกศาธาตุ และแก้วแหวนเงินทองเอาไว้ สร้างเสร็จสมบูรณ์ในเดือน ๘ จึงได้มีพิธีการเฉลิมฉลองสมโภชพระเจดีย์เป็นเวลา ๓ วัน ๓ คืน ในสมัยเจ้าเมืององค์ต่อมา บ้านเมืองอยู่ในสภาวะไม่สงบสุขประชาชนจึงได้อพยพไปอยู่ที่อื่น ทำให้พระธาตุจอมแว่ทรุดโทรมปรักหักพังจากภัยธรรมชาติ จนในปี จ.ศ. ๑๑๙๙ (พ.ศ. ๒๓๘o ) พระยาหาญเจ้าเมืองพานคนแรกจึงได้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นมาใหม่จากซากเดิม จนในสมัยพญาไชยชนะสงคราม เจ้าเมืองพานคนที่ ๓ ได้ร่วมศรัทธา ๓ หมู่ ร่วมกันบูรณาพระธาตุขึ้นมาใหม่ให้ใหญ่กว่าเดิม แล้วบรรจุพระมหาชินธาตุเอาไว้มีประเพณีสรงน้ำพระธาตุในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ เหนือ

การเดินทาง
จากอำเภอแม่สรวยใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๑๘ ย้อนกลับไปที่ทางแยกเชียงราย – แม่สรวย อำเภอแม่ลาวเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข ๑ ถนน เชียงราย – พะเยา มุ่งสู่อำเภอพานข้ามสะพานข้ามแม่น้ำลาว ผ่านบ่อน้ำพุร้อนห้วยทรายขาว เข้าเขตอำเภอพาน เลี้ยวขวาเข้าถนนสายในตรงแยกวัดไชยมงคล เข้าไปประมาณ ๓oo เมตรจะพบทางเข้าพระธาตุจอมแว่ฝั่งขวามือ รวมรายการทั้งสิ้นประมาณ ๔๙ กิโลเมตร

ความเชื่อ
ในการไหว้ พระธาตุดอยจอมแว่
- ความหมายนัยยะที่ 1 แว่เป็นภาษาเหนือ แปลว่า แวะถ้าผู้ใดผ่านมาแวะกราบไหว้บูชาก็จะแคล้วคลาดปลอดภัยจากสิ่งเลวร้ายทั้ง ปวง
- ความหมายนัยยะที่ 2 แว่ เปรียบเหมือนเสียงเริ่มพูด เริ่มเจรจา ถ้าได้กราบไหว้และตั้งจิตอธิฐานการเจรจาธุรกิจจะประสบผลสำเร็จ

คำบูชาพระธาตุ
อะหัง วันทามิ มหาชินะ เกศา ธาตุโย
พุทธรูปัง โคตมัง อะหัง วันทามิ

 

ขอบคุณแหล่งที่มา :  http://www.tourismchiangrai.com

facebooktwittergoogle_plusredditpinterestlinkedinmail